บันทึกการเดินทางไกล........ไปอียิปต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกการเดินทางไกล..ไปอียิปต์

วันที่ 6 เมษายน 2550
เนื่องจากได้รับการต่อว่าจากเพื่อนในได  ว่าเล่าเรื่องเที่ยวลาว ยังไม่จบ ก็จะมาเล่าเรื่องอื่นแล้วหรอ  เอาเป็นว่า ไดนี้เขียนตามอารมณืเจ้าของไดละกันว่าวันไหนนึกเรื่องอะไรได้ ฮิๆๆ มันไม่ค่อยมีหลักในการเขียนเท่าไร เอาเป็นว่าเพื่อนๆๆก็อดทนอ่านเอาละกันนะคะ

เอาเป็นว่าขอให้อ่านให้สนุกนะคะ

ขอเล่าเรื่องราวการเดินทางไกล (นานมาแล้ว) เอาเท่าที่ความจำจะจำได้นะคะ เป็นการเดินทางท่องเทียวที่เรียกได้ว่าเป็นการเรียกดูตัวของคุณแม่ว่าที่แฟน ฮิๆๆๆ  แต่ไม่ขอเล่าในทีนี้นะคะ แต่ว่าครอบครัวนี้น่ารักมาก

เราเดินทางไป กิซาร์ (GIZA) ด้วยรถแท็กซี่ ที่จ้างเหมาตลอดทั้งวัน ค่าจ้าง 250 ปอนด์อียิปต์ เราผ่าน ไคโรทาวเวอร์ และแม่น้ำไนล์....(กำลังเดินทาง) สองข้างทางที่ผ่านจะเป็นสวนปาล์ม และแปลงผัก ดูชุ่มชื้นมาก อาจเป็นเพราะเป็นบริเวณใกล้ริมแม่น้ำไนล์ เราเสียเงินคนละ 15 ปอนด์ เพื่อเขชม ปิรามิด ในดาร์ชูร์ (ทุ่ง หรือทะเลปิรามิด) เห็นปิรามิดใกล้ ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต ทางเข้าปิรามิดเป็นจั้นบันไดสูงพอสมควรทีเดียว น่าจะประมาณตึก 5 ขั้นได้ เราไม่ได้เข้าไปในปิรามิด เพราะเพื่อหนุ่มบอกว่าเราไม่ควรเสียเวลากับปิรามิดอันแรกมากนัก เพราะจะทำให้เสียเวลาในการเข้าชมปิรามิดลูกอื่น ๆ ที่งดงาม เพราะเราจะใช้เวลาไปจนหมดในวันนี้ เราเห็นสุนัขตัวแรกที่ดาร์ชูร์นี้แหละ ทีแรกคิดว่าอียิปต์จะไม่มีหมาซะอีก หลังจากที่นี่ เราก็ไปที่ เมมฟิส ถ่ายรูปกับสฟริงค์ และฟาร์โรห์ ดูของที่ระลึก เพราะยังอยากได้เทวรูปแมวอยู่ เขาบอกราคา 50 ปอนด์ รู้สึกแพงจัง ต่อเขาเหลือ10 ปอนด์ แต่เขาให้แค่ 15 ปอนด์ แวะดูโรงงานทำกระดาษปาปิรุส ซึ่งมีมากว่า 5,000 ปีแล้ว ได้ดูการสาธิตการทำกระดาษจากต้นปาปิรุส(คล้าย ๆ ต้นกกบ้านเรา) เราตกลงกันว่าให้ทิปคนสาธิตไป 5 ปอนด์ เพราะเราคงไม่ซื้อภาพที่เขียนลงในกระดาษปาปิรุสกลับมา เพราะราคาสูงมาก ขนาดภาพ 12 X 15 นิ้ว ราคา 120 ปอนด์ เขาลดให้ 50 % ก็ยังแพงอยู่ดี แต่กระบวนการทำกระดาษใช้เวลาหลายสัปดาห์ทีเดียว หลังจากนั้นเราก็ไปดูปิรามิดซาคารา (ปิรามิดขั้นบันได) ไม่สามารถเข้าไปดูข้างในได้ เพียงแค่ถ่ายรูปรอบ ๆ ปิรามืดเท่านั้น ค่าเข้าชมที่นี่ คนละ 25 ปอนด์ ออกจากซาคารา ก็ไปกินอาหารกลางวัน ซึ่งคนขับแท็กซี่พาเราไป เป็นร้านอาหารใกล้ ๆ บริเวณนั้น เราเสียค่าอาหารมื้อนี้ 50 ดอลล่าร์สหรัฐทีเดียว แพงมาก ๆ สิ่งที่อร่อยของร้านนี้ก็คือ น้ำมะม่วง กิซาร์จะเป็นสถานทีมีปิรามิดใหญ่ที่สุด ปิรามิดทั้งหมดมี 9 ลูก
คนขับรถพาเราไปหาคนที่เขารู้จัก เขาบอกว่าจะให้เราขี่อูฐไปชมปิรามิดโดยไม่ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู ความที่การสื่อสารค่อนข้างจะเข้าใจยาก ยังตกลงราคากันไม่เรียบร้อย เขาให้เราขึ้นบนหลังอูฐ อูฐ 1 ตัว นั่ง 2 คน แล้วก็เสียเงินไปทั้งหมด 250 ปอนด์ ประตูที่เราเข้าไปเป็นประตูด้านหลัง นั่งแบบเมื่อยสุด ๆ เพราะเดินไกลมากแบบข้ามทะเลทรายไปสัก 3-4 ลูก ได้บรรยาการศการขี่อูฐในทะเลทราย แล้วเขาก็พาไปถ่ายภาพตรงจุดที่สวยที่สุดของที่นี่ ที่ที่นิยมถ่ายภาพกัน ที่ว่าสวยที่สุดเพราะได้เห็นปิรามิดครบทุกลูกในมุมที่สวยงาม คิดถึงคนที่เมืองไทยจัง ถ้าอยู่ด้วยกันคงจะมีความสุขมากมาย จึงประเมินไม่ได้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ เพราะเราไม่สามารถไปจนถึงปิรามิดและเข้าไปดูแบบใกล้ ๆ ได้ เนื่องจากที่นี่จะปิดเวลา 4 โมงเย็น (เรามาไม่ทันเวลาเพราะไปถึงที่นั่นประมาณ 3 โมง) เรามีรูปถ่ายกับอูฐ สฟริงค์ และปิรามิด ตอนกลับเราต้องให้เงินค่าจ้างอีก 400 ปอนด์ และให้ทิปคนจูงอูฐอีก 70 ปอนด์ สรุปแล้วมา กิซาร์วันนี้ เราต้องจ่ายเงินคนละประมาณ 800 บาท(เงินไทย) CRIMAX ของวันนี้จึงเป็นเรื่องการขี่อูฐมากกว่าการไปดูปิรามิด แต่เพื่อนหนุ่มบอกว่าไม่ซีเรียสอะไร เพราะสมบัติ โรงศพฟาร์โรห์ และเทวรูปต่าง ๆ ที่อยู่ในปิรามิด เขาขนไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์หมดแล้ว ในปิรามิดจึงไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ นอกจากไปดูความมหัศจรรย์ว่าเขาขนหินก้อนขนาดมหึมาแล้วซ้อนกันขึ้นไปเป็นปิรามิดได้อย่างไรเท่านั้น และเราจะไปดูสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ที่ลักซอร์ และจะเดินทางในคืนนี้เวลา 22.30 น. เราต้องนอนบนรถไฟประมาณ 14 ชั่วโมง จึงจะถึงลักซอร์
วันนี้เราสนุกสนานกับการขี่อูฐอย่างมาก แต่เสียเงินแพงสุด ๆ ตอนเย็นเราให้แท็กซี่มาส่งที่ร้านอาหารบริเวณใกล้ ๆ ที่พัก เราตั้งใจจะไปกินอาหารไทย แต่ว่าหาร้านไม่เจอ จึงต้องกินอาหารอเมริกันแทน สั่งอาหารไป 3 อย่าง คนขายอาหารบอกว่ามา 5 คน จะกินอาหาร 3 อย่างได้อย่างไร เราต้องอธิบายว่าเราไม่สามารถกินมันหมด เรากลับมาที่พักแต่ความที่เรา CHECK OUT ออกไปแล้ว ตั้งแต่ตอนเที่ยง จึงสามารถแปรงฟัน และล้างหน้าได้เท่านั้น ต่อไปเราจะเดินทางไปอัสวานโดยขึ้นรถไฟที่มุมบารัก เวลาประมาณ 4 ทุ่ม เราถึงสถานีรถไฟด้วยรถแท็กซี่ ราคา 10 ปอนด์ แต่เขาส่งเราไม่ถึงสถานี ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องอ้อมไปไกล เขาบอกว่าเดินลอดใต้อุโมงค์จะสะดวกและใกล้กว่ามากเลย ตกลงเราจึงต้องเดินแบกกระเป๋าและสัมภาระทั้งหมดรอดใต้อุโมงค์ไปยังสถานีรถไฟ เราไปถึงสถานีรถไฟประมาณ 3 ทุ่งครึ่ง เพื่อสอบถามว่าต้องรอขึ้นรถไฟตรงไหน พอรถไฟมาถึงก็ต้องเดินแบกกระเป๋าเดินไปขึ้นรถในตู้ที่เราจองตั๋ว แต่เราอ่านเลขไม่ออกทั้งที่อ่านเลขอียิปต์มาก่อนแล้ว แต่ที่เราอ่านไม่ออกเพราะลายมือที่เขาเขียนในตั๋วรถไฟมันหวัดมาก ๆ จนไม่รู้ว่าเขาเขียนเลขอะไร จึงให้ตำรวจที่ยืนอยู่บริเวณสถานีรถไฟดูให้ หลายคนก็บอกให้เราเดินต่อไปอีก เราเดินจนเกือบสุดขบวนรถไฟ จึงตัดสินใจขึ้นรถก่อนที่รถจะออก รู้สึกว่ากระเป๋ามันหนักมาก เจ้าหน้าที่ในรถจึงพาเราเดินกลับไปเกือบถึงตู้แรก มันคือการเดินทางไกลบนรถไฟในค่ำคืนนี้ กว่าเราจะได้นั่งตรงที่นั่งที่เราจองไว้ก็ต้องส่งภาษากับคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วตั้งนาน ไม่รู้ว่าเขาขายตั๋วอย่างไร หรือว่าคนที่นั่งอยู่ก่อนดูตั๋วไม่เป็นเหมือนกัน วันนี้เรานั่งรถไฟชั้น FIRST CLASS แบ่งเป็นห้อง ๆ ห้องละ 6 ที่นั่ง แต่เบาะไม่สามารถปรับเอนได้ นั่งไม่สบายและอากาศหนาวมาก นอนไม่หลับเพราะความหนาว ต้องคิดถึงคนอยู่ไกลนานมาก ๆ (ขนามมีอีกคนอยู่ข้างๆๆในตอนนี้) กว่าจะหลับลงได้ .....ไม่มีความฝันใด ๆ ตื่นนอนมาฟ้าสว่างพอดี ไปหาเข้าห้องน้ำ สกปรกยิ่งกว่ารถไฟไทย และเดินไปหากาแฟกินกับชายหนุม ที่จริงจะไปขอน้ำร้อนมาทำกาแฟเอง แต่เขาไม่ให้(ใจดำมากเลย) จึงต้องนั่งกินกาแฟที่ร้านในรถไฟ กลับมาเอามาม่าไปขอน้ำร้อนเขา โชคดีที่เขาใส่น้ำร้อนให้ กาแฟในรถไฟแก้วละ 5 ปอนด์ อาหารเช้าวันนี้จึงเป็นมาม่า และส้ม 3 ผล ที่เก็บมาจากเมื่อวานนี้ หลังจากนั้นก็ทำการบ้านต่อด้วยการจดบันทึก และอ่านเรื่องราวของปิรามิด(ที่เราไปดูกันเมื่อวานนี้) เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของอียิปต์ เพื่อการหามาเป็นที่ระลึกตามความชอบของแต่ละคน และตาม ORDER ของคนบ้านเรา...ตอนต่อไปจะบันทึกเมื่อเราไปถึงอัสวานแล้ว
คนที่นี่ จะใช้ลาเป็นพาหนะ เด็ก ๆ จะขี่ลากันไปไหนมาไหน น่ารักมาก เขาใช้รถเทียมลาในการขนผัก ผลไม้ เพื่อไปวางขาย หรือขนย้ายสิ่งของต่าง ๆ ดูน่ารักดี อย่างไรก็ตามธรรมชาติยังดูสดชื่น..สวยงามเสมอ รถเทียมลาที่เต็มไปด้วยผลไม้จะดูสวยจริง ๆ อยากส่งรูปไปให้ดูบ้าง ไม่ทราบว่าคนอ่านบันทึกจะสนใจดูรูปหรือเปล่า...

Ps. การเดินทางครั้งนี้ได้ตกลงกับคนที่มาด้วยว่าเราจะมากันแบบเพื่อนนะ ไม่มีการเข้านอนในโรงแรม 2 ต่อ 2 เพราะว่าเพื่อนๆๆที่เมืองไทยตามมาด้วย 5 คน ยกโขยงกันมาเนื่องจากเกิดอาการกลัวถ้ามาคนเดียว ฮิๆๆ งานนี้แฟนต้องจ่ายไปหลายตังต์ก็สงสารนะแต่ทำงัยได้ละ ก็หนูกลัว ฮิๆๆ (เขาคงเซ็งมาก)

โปรดติดตามตอนต่อไปบันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์
บันทึกการเดินทางไกล ไปอียิปต์

จดอ่อนของฉันอยู่ที่หัวใจ - Aof

 

 

Posted on Fri 30 May 2008 11:14

 

 

 

 

 

 

 

<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

2 

4 

5 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

 

 

 

 

 

 

รักเด็ก งานเข้า กล้วยทอด!
แม่มด
3 วันจาก นารีเป็นอื่น
วันธรรมดา
เซ็ง เป็ด
บันทึกการเดินทางไกล........ไปอียิปต์
กลับมาที่เดิม
จะลง หรือ ไม่ลง
วังเวียงตอนที่ 2
“เมืองวังเวียง ถึง หลวงพระบาง”
นี้แหละตำรวจไทย

 

 

 

 

wow อิจฉาคนได้ไปเที่ยว
อยากไปเหมือนกันค่ะ
แต่ยังไม่มีโอกาส
justfeeling.diaryclub.com   
Mon 2 Jun 2008 20:10 [6]

ปิรามิดนี่ดูขลังจังนะคะ
princecharming.diaryclub.com   
Mon 2 Jun 2008 6:19 [5]

อูวววว อิยิปต์ เมื่อก่อนต้อมฝันเลยนะว่าอยากไปอิยิปต์มาก (เด็กๆ ชอบอ่านคำสาปฟาโรห์)
ว่าแต่ขี่อูฐสนุกไม๊น๊า อิอิ

ขอบคุณที่แวะเข้าไปทักทายกันในไดนะคะ
justcheeky.diaryclub.com   
Sun 1 Jun 2008 23:41 [4]

ฮี่ฮี่ ..
เส้นทางการเดินทาง..
dkcavijvp.diaryclub.com   
Fri 30 May 2008 13:22 [3]

ไปด้วยคนได้มิคะ ...

ปล. สนใจดูรูปค่า เอาลงในไดอีกก็ได้นะคะ รอชมภาพค่า

เทคแคร์ค่า^^
aquamartius.diaryclub.com   
Fri 30 May 2008 12:43 [2]

อยากใส่เพลงแต่ใส่ไม่เป็น
lovetoorayong.diaryclub.com   
Fri 30 May 2008 10:40 [1]

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

 


Made in EAU

.diarycomment { background-color: transparent; font-size: 12px; font-weight: bold; color: #603913; } .diarypost { font-size: 10px; font-weight: normal; color: #603913; font-weight: bold; } .commentcontent { background-color: #ebf8fd; font-size: 14px; font-weight: bold; color: #603913; height: 50px; padding: 20px; border: dotted 3px #603913 } .commentpostinfo { background-color: #b3e3f6; font-size: 12px; font-weight: normal; color: #b3e3f6; border: dotted 3px #ebf8fd } .postarea { background-color: transparent; padding: 20px; border: double 5px #603913 } .posttext { font-size: 12px; font-weight: bold; color:#603913; } ///////////////// -->